การศึกษาผลกระทบของการหมุนเวียนผู้บริหารระดับกลางของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
รายงานการวิจัยฉบับที่ 89
ผู้วิจัย

ดุษฏี โยเหลา
ลัดดาวัลย์ เกษมเนตร
ประทีป จินงี่
อรพินทร์ ชูชม
ทัศนา ทองภักดี
นพวรรณ โชติบัณฑ์
กรรณิกา นาคะเกศ
ปีที่พิมพ์ 2546
งานวิจัยเรื่องนี้มีจุดประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาหลักการ วิธีการ และผลกระทบของการหมุนเวียนจากผู้มีประสบการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับการหมุนเวียน และจากนักวิชาการด้านการบริหารองค์กร (2) เพื่อศึกษาผลกระทบของการหมุนเวียนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในมุมมองของผู้บริหารผู้ร่วมงาน และผู้ให้บังคับบัญชาในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (3) เพื่อศึกษาปัจจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้บริหารระดับกลาง
กลุ่มตัวอย่างของงานวิจัย ผู้บริหารระดับกลาง 22 คน ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย 10 คณบดี / ผู้อำนวยการ / /รองผู้อำนวยการ 128 คน อาจารย์ 180 คน ข้าราชการสาย ข และ ก 284 คน นักวิชาการด้านการบริหารงานบุคคล 8 คน ผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการหมุนเวียนงาน 7 คน
การเก็บรวบรวมข้อมูลเครื่องมือดังต่อไปนี้ คือ แบบสอบถามความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูง แบบสอบถามปลายปิดเกี่ยวกับผลกระทบของการหมุนเวียนงาน แบบวัดบุคลิกภาพและลักษณะการทำงานของผู้บริหารระดับกลาง แบบวัดเจตคติต่อการหมุนเวียนงาน แบบวัดความสามารถในการทำงานของตนเอง แบบวัดความคาดหวังของตนเองที่เกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนงานและแบบสอบถามความคิดเห็น แนวคิด หลักการของการหมุนเวียนงาน
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. นักวิชาการด้านการบริหาร มีความเห็นว่า การหมุนเวียนเป็นแนวคิดหนึ่งของการออกแบบงานใหม่เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับงาน การหมุนเวียนทำได้ทั้งแนวตั้งคือการเพิ่มหรือลดตำแหน่ง และแนวขนาน คือเปลี่ยนจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่งในระดับเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อลดความจำเจ น่าเบื่อหน่ายของงาน
2. การหมุนเวียน มีทั้งผลกระทบทางบวกและทางลบ จุดเด่นและจุดด้อย ทั้งในประเด็นของลักษณะการทำงาน มนุษยสัมพันธ์ในการทำงาน บุคลิกภาพ และความก้าวหน้าในการทำงานในกลุ่มผู้ตอบที่เป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการหมุนเวียน และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยความเห็นทั้งทางบวกและลบ แต่กลุ่มผู้บริหารระดับกลางมีความเห็นว่าผลกระทบทางลบมีมากกว่าผลดี
3. ผู้บริหารระดับกลางที่เป็นผู้อำนวยการกองและหัวหน้าหน่วยงานไม่แสดงเจตคติทางลบต่อการหมุนเวียน ในขณะที่เลขานุการคณะ 20% แสดงเจตคติทางลบต่อการหมุนเวียน และ 72.7% ไม่แสดงเจตคติต่อการหมุนเวียน ผู้บริหารระดับกลางที่เป็นผู้อำนวยการกอง 33.3% มีความคิดว่าไม่แน่ใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ได้ดี ในขณะที่เลขานุการคณะ / สถาบันประมาณครึ่งต่อครึ่งที่ไม่แน่ใจว่าจะสามารถปฏิบัติงานในสถานที่ใหม่ได้ดี ผู้บริหารระดับกลางที่เป็นผู้อำนวยการกอง 1 คน ใน 6 คนมีความคิดเห็นว่า ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น เช่น โอกาสก้าวหน้าการเลื่อนขั้นเงินเดือน การมีส่วนร่วมในการบริหาร การได้รับการสนับสนุนจะมีน้อยลง ในขณะที่เลขานุการคณะ / สถาบัน 5 คน ใน 11 คน มีวามเห็นว่าจะมีน้อยลง ข้อมูลในส่วนนี้แสดงว่าผู้บริหารระดับกลางที่เป็นผู้อำนวยการกอง มีความพร้อมในระดับจิตใจ ที่จะหมุนเวียนสูงกว่ากลุ่มเลขานุการ
4. ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยและผู้บริหารระดับกลาง (ผู้อำนวยการกองและหัวหน้าหน่วย) มีการประเมินผลการปฏิบัติงานสอดคล้องกันในระดับปานกลาง ด้านบุคลิกภาพและสอดคล้องที่ด้านการทำงานผู้บริหารประเมินว่าผู้อำนวยการกองและหัวหน้าหน่วยงานมีความสามารถในระดับปานกลางในบางหน่วยงาน ในขณะที่ ผู้อำนวยการประเมินตนเองว่ามีความสามารถในงานสูงเป็นส่วนมาก
5. คณบดี / ผู้อำนวยการ และเลขานุการคณะ / สถาบัน มีการประเมินผลการปฏิบัติงานสอดคล้องในระดับปานกลางทั้งด้านบุคลิกภาพและด้านงาน คณบดีและ ผู้อำนวยการกอง ประเมินว่าเลขานุการคณะ / สถาบัน มีความสามารถในงานต่ำ และปานกลาง ในขณะที่เลขานุการประเมินตนเองว่ามีความสามารถสูงเป็นส่วนมาก
6. กลุ่มนักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์ และผู้บริหารระดับกลางมีความเห็นตรงกันเกี่ยวกับวิธีการหมุนเวียนคือ เรื่องนโยบายต้องชัดเจน ต้องมีการเตรียมบุคลากรก่อนการหมุนเวียนหน้าที่

ผลจากการวิจัยชี้แนะว่า การดำเนินการหมุนเวียนควรแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 1) ช่วงปรับความคิดความรู้สึกต่อการหมุนเวียน 2) ช่วงวางแผนร่วมกัน 3) ช่วงดำเนินการ 4) ประเมินผลการหมุนเวียน